วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2553

การสตาร์ทมอเตอร์ 3 เฟส

             การสตาร์ทมอเตอร์ 3 เฟสที่มีขนาดใหญ่เกินกว่า 5 กิโลวัตต์นั้นไม่สามารถใช้วิธีการสตาร์ตรงได้(Direct Start) ได้เนื่องจากกระแสสตาร์ทสูงมาก(ปกติค่ากระแสสตาร์ทสูงประมาณ 5 - 7 เท่าของค่ากระแสตามปกติของค่ากระแสตามปกติ ของค่าพิกัดมอเตอร์)จึงต้องการอาศัยเทคนิคการสตาร์ทมอเตอร์ ที่สามารถลดกระแสขณะสตาร์ทมอเตอร์ได้มิฉะนั้นแล้วการสตาร์ทมอเตอร์ขนาดใหญ่จะทำให้เกิดผลเสียแก่ ระบบไฟฟ้าหลายประการเช่น
1.ทำให้เกิดไฟแสงสว่างวูบหรือกระพริบ
2.ทำให้อุปกรณ์ป้องกันแรงดันไฟฟ้าตกทำงาน
3.อาจเกิดโอเวอร์โหลดแก่ระบบจ่ายไฟเข้าโรงงาน เช่นหม้อแปลงไฟฟ้า
4.อาจทำให้ฟิวส์แรงสูงที่ระบบจ่ายไฟฟ้าขาด
5.กระทบต่อการทำงานของมอเตอร์ตัวอื่นๆในโรงานที่ทำงานในสภาวะโอเวอร์โหลด
อาจดับหรือหยุดทำงานได้เพราะไฟตก
ดังนั้นมอเตอร์ที่มีขนาดสูงกว่า 5 กิโลวัตต์ต้องใช้เทคนิคการสตาร์ทมอเตอร์แบบลดกระแสซึ่งมีอยู่ 3 วิธี
1.การสตาร์ทแบบสตาร์-เดลต้า
2.การสตาร์ทแบบลดกระแสแบบตัวต้านทาน
3.การสตาร์ทโดยใช้หม้อแปลงลดแรงดัน
ในบทนี้จะกล่าวถึงเฉพาะการสตาร์ทแบบสตาร์-เดลต้าเท่านั้น
การสตาร์-เดลต้าหมายถึง ขณะสตาร์ทมอเตอร์เป็นแบบสตาร์และเมื่อมอเตอ์ืหมุนไปด้วยความเร็ว 75%ของความเร็วพิกัด มอเตอร์จะต้องหมุนแบบเดลต้า

การสตาร์ทแบบสตาร์-เดลต้า สามารถทำได ้2 วิธี
1.ใช้สตาร์-เดลต้าสวิตช์
2. ใช้คอนแทคเตอร์
2. การสตาร์ทแบบสตาร์เดลต้า
สตาร์-เดลต้า-สวิตช์เป็นสวิตช์ลักษณะของดรัม หรือ โรตารี่ แคมสวิตช์ คล้ายกับสวิตช์กลับทางหมุน
มอเตอร์แต่โครงสร้างต่อภายใน เปลี่ยนแปลงไปให้เหมาะสมกับหลักการสตาร์ทแบบนี้รูปของโรตารี่
แคมสวิตช์ทำหน้าที่เป็น สตาร์-เดลต้า
วงจรกำลังของการสตาร์ทมอเตอร์แบบสตาร์- เดลต้านั้นการสตาร์ทจะต้องเรียงกัน ไปจากสตาร์ไปเดลต้าและคอนแทคเตอร์สตาร์กับคอนแทคเตอร์เดลต้าจ ะต้องมี Interlock ซึ่งกนและกัน การควบคุมมี 2 อย่างคือ เปลี่ยนจากสตาร์ไปเดลต้าโดยการกด Pushbutton กับเปลี่ยนโดยอัตโนมัติด้วยการใช้รีเลย์ตั้งเวลาการควบคุมแบบอัตโนมัติมี 2 วิธี
1. ต่อจุดสตาร์ด้วย K2 ก่อนจ่ายไฟเข้า K1
2. จ่ายไฟด้วย K1 ก่อนต่อจุดสสตาร์ด้วย K2

2 ความคิดเห็น: